ปัญหานอนกรนเสียงดังและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ไม่เพียงแต่รบกวนคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพในระยะยาว ภาวะนี้เกิดจากการยุบตัวหรืออุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนขณะหลับ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ตื่นกลางดึกบ่อย ง่วงนอนในเวลากลางวัน และเพิ่มความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง
การรักษาอาการนอนกรนให้ได้ผลดีและตรงจุด จำเป็นต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำเพื่อค้นหาตำแหน่งที่เกิดการอุดกั้นอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่เรียกว่า DISE (Drug Induced Sleep Endoscopy) เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยแพทย์วางแผนรักษา
DISE (Drug Induced Sleep Endoscopy) คืออะไร?
DISE คือ การส่องกล้องตรวจทางเดินหายใจขณะหลับโดยใช้ยา เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของโรคนอนกรนและภาวะ OSA โดยเฉพาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูกและการนอนหลับจะทำการส่องกล้อง ภายในห้องตรวจที่มีวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ให้ยาและคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อจำลองสภาวะการนอนหลับของผู้ป่วย แล้วใช้กล้องขนาดเล็กสำรวจดูการทำงานและการยุบตัวของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจแบบเรียลไทม์
ทำไมการตรวจ sleep test จึงอาจไม่ได้ตอบทุกคำถาม?
การตรวจการนอนหลับทั่วไป (Polysomnography หรือ Sleep Test) จะบอกได้แค่รวมถึงข้อมูลทางสรีรวิทยาระหว่างการนอนหลับ ความรุนแรงของโรคและการขาดออกซิเจน แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของการอุดกั้นได้ การทำ DISE จึงเข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ ทำให้แพทย์มองเห็นภาพโครงสร้างภายในขณะหลับเสมือนจริง
ใครบ้างที่อาจได้รับประโยชน์จาก DISE?”
ผู้ที่มี OSA และกำลังหาทางเลือกอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเพียงแค่การใช้ CPAP หรือมีปัญหาการใช้ CPAP, ผู้ที่กำลังพิจารณาการผ่าตัด, เคยรักษาหรือผ่าตัดแล้วผลยังไม่เป็นที่พอใจ, หรือต้องการประเมินความเหมาะสมสำหรับการรักษาเฉพาะบางประเภท
ขั้นตอนการทำ DISE ตรวจการนอนกรน
กระบวนการส่องกล้องขณะหลับด้วยยา DISE ดำเนินการโดยแพทย์และทีมวิสัญญีแพทย์ มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:
- ให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ: ผู้ป่วยจะได้รับยาทางหลอดเลือดดำเพื่อให้เข้าสู่ภาวะหลับในระดับที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของทีมวิสัญญี โดยทั่วไปผู้ป่วยจะรู้สึกตัวน้อยมากหรือไม่รับรู้ระหว่างการตรวจ
- การส่องกล้องตรวจ (Endoscopy): แพทย์จะสอดกล้องส่องตรวจขนาดเล็กและยืดหยุ่น (คล้ายกับที่ใช้ตรวจโพรงจมูก) ผ่านทางรูจมูกเข้าไปยังบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน
- ประเมินตำแหน่งที่อุดกั้น: ขณะที่ผู้ป่วยหลับ กล้องจะบันทึกภาพและแสดงให้เห็นว่ามีจุดใดบ้างที่หย่อนคล้อย ผิดปกติ หรือกีดขวางทางเดินหายใจ เช่น บริเวณเพดานอ่อน ผนังคอหอยด้านข้าง โคนลิ้น และฝาปิดกล่องเสียง
ประโยชน์ของการทำ DISE ในการรักษาโรค OSA และนอนกรน
การตรวจด้วยวิธี DISE มีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยยกระดับประสิทธิภาพของการรักษาให้ตรงจุด ได้แก่:
- ระบุตำแหน่งอุดกั้นได้อย่างแม่นยำ: ช่วยให้รู้ว่าจุดที่เป็นปัญหาอยู่บริเวณเพดาน โคนลิ้น หรือกล่องเสียง เพื่อเลือกแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง
- วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment): ข้อมูลจาก DISE ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดทางเดินหายใจ (Sleep Surgery), อุปกรณ์ยืดขากรรไกร (mandibular advancement device), การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP), หรือการใช้เครื่องกระตุ้นทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Airway Stimulation: UAS)
- ประเมินผลหลังการรักษา: สามารถนำมาใช้ติดตามและประเมินผลลัพธ์หลังจากผ่านกระบวนการรักษาแล้วได้เช่นกัน
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรน สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือได้รับการวินิจฉัย OSA แล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าแนวทางรักษาใดเหมาะสม สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับและหู คอ จมูก เพื่อประเมินอย่างครบถ้วน และพิจารณาว่า DISE มีความจำเป็นหรือเหมาะสมในแต่ละรายหรือไม่