ต่อมทอนซิลคืออะไร?
ต่อมทอนซิล (Tonsils) เป็นเนื้อเยื่อประเภทต่อมน้ำเหลือง ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกป้องกัน ดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก อีกหน้าที่หนึ่งก็คือสร้างภูมิคุ้มกัน
เนื่องจากต่อมทอนซิลสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรง จึงสามารถเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้
ทอนซิลอักเสบสามารถเกิดได้ทั้งจาก เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ต่อมทอนซิลที่อักเสบอาจมีลักษณะ แดง บวม หรือมีคราบสีขาวหรือเหลือง ร่วมกับอาการเจ็บคอและกลืนลำบาก และผู้ที่มีทอนซิลอักเสบเรื้อรังอาจะมีทอนซิลโตทำให้เกิดปัญหานอนกรน เจ็บคอเป็นๆหายๆบ่อย โรคทอนซิลอักเสบสามารถเกิดได้ทั้งในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่
สัญญาณโรคทอนซิลอักเสบ มีอาการอย่างไร?
อาการของทอนซิลอักเสบอาจแตกต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- เจ็บคอ โดยเฉพาะขณะกลืนอาหารหรือน้ำ
- ต่อมทอนซิลแดงและบวม
- มีคราบหรือจุดหนองสีขาวหรือเหลืองบริเวณต่อมทอนซิล
- มีไข้
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต กดเจ็บ
- มีกลิ่นปาก
- เสียงเปลี่ยนหรือเสียงอู้อี้
- ปวดศีรษะ ปวดหู หรือรู้สึกอ่อนเพลียร่วมด้วย
อันตรายจากทอนซิลอักเสบ หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้เกิดฝีหนองรอบๆบริเวณทอนซิล (peritonsillar abscess) หากมีการอักเสบเรื้อรังหรืออักเสบกลับเป็นซ้ำบ่อนก็อาจทำให้ทอนซิลมีขนาดใหญ่ทำให้ช่องคอ ทางเดินหายใจแคบลง เกิดปัญหานอนกรน ความผิดปกติของการหายใจขณะหลับได้(Obstructive sleep disorder breathing) นอกจากนี้ยังมีภาวะแทรกซ้อนทีสำคัญที่อาจพบได้โดยเฉพาะในเด็ก โรคไข้รูมาติก (rheumatic fever) ซึ่งทำให้เกิดลิ้นหัวใจอักเสบ และไตอักเสบเฉียบพลัน (acute post streptococcal glomerulonephritis) ซึ่งมักเกิดหลังจากการติดเชื้อประมาณ 1-4 สัปดาห์
ทอนซิลอักเสบ ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยทอนซิลอักเสบอาศัยประวัติ และการตรวจร่างกายเป็นหลัก ได้แก่
- อาการ ระยะเวลาที่เจ็บคอ ความถี่ของการเกิดอาการ ไข้ การกลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองโต กดเจ็บบริเวณลำคอ และประวัติการติดเชื้อซ้ำ
- การตรวจร่างกาย เพื่อดูลักษณะ ขนาดของต่อมทอนซิล ช่องคอ รวมถึงตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
ในบางกรณีอาจพิจารณาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งบริเวณลำคอ (Throat Swab) ตรวจเพาะเชื้อ ตรวจเลือดเพื่อหาลักษณะการติดเชื้อตามความเหมาะสม
แนวทางการรักษาทอนซิลอักเสบ
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค
1. การรักษาตามอาการ
การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ ใช้ยาลดไข้หรือบรรเทาอาการปวด สามารถช่วยลดอาการได้ โดย
2. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
หากจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามขนาดและระยะเวลาให้ครบ
3. การผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy)
อาจพิจารณาในผู้ที่มีทอนซิลอักเสบกลับเป็นซ้ำบ่อย มีอาการต่อเนื่องที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ฝีรอบต่อมทอนซิล รวมถึงกรณีที่ต่อมทอนซิลโตจนส่งผลต่อการหายใจหรือการนอนหลับ การตัดสินใจผ่าตัดควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล
เจ็บคอบ่อยหรือเป็นซ้ำไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากมีอาการร่วมกับต่อมทอนซิลบวมโต มีไข้ มีหนอง กลืนเจ็บ หรือกลับมาเป็นหลายครั้งในแต่ละปี เพราะอาจเป็นสัญญาณของทอนซิลอักเสบที่เกิดซ้ำได้