หลายคนอาจเคยมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เสมหะลงคอ ปวดหรือรู้สึกตึงบริเวณใบหน้า ปวดศีรษะ ซึ่งเป็นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้ รวมถึงไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบ (Rhinosinusitis) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของโพรงไซนัสและเยื้อบุโพรงจมูกซึ่งเป็นผลมาจากเยื่อบุบริเวณจมูกและไซนัสเกิดการอักเสบและบวม ช่องทางระบายของไซนัสอาจตีบแคบหรืออุดตัน ทำให้เมือกไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการคัดจมูก แน่นหรือปวดบริเวณใบหน้า น้ำมูกไหล หรือมีน้ำมูกไหลลงคอ
สาเหตุที่พบบ่อยของไซนัสอักเสบเฉียบพลันคือ การติดเชื้อไวรัสของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โรคหวัด โดยไซนัสอักเสบจากไวรัสสามารถดีหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียพบได้น้อยกว่าและต้องจากอาการและระยะเวลาร่วมกัน ไม่สามารถพิจารณาจากสีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียวได้
นอกจากการติดเชื้อแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจทำให้การระบายของไซนัสผิดปกติหรือส่งเสริมให้เกิดการอักเสบ เช่น โรคภูมิแพ้จมูก ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นช่องจมูกคด ความผิดปกติทางกายวิภาคของจมูกและไซนัส การสัมผัสควันบุหรี่หรือมลภาวะ รวมถึงโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันหรือขนพัดโบกในระบบทางเดินหายใจ
ไซนัสอักเสบมีกี่ประเภท
การแบ่งประเภทของไซนัสอักเสบสามารถทำได้หลายวิธี โดยมากเรามักแบ่งตามระยะเวลาที่เป็น
1.ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (Acute Rhinosinusitis)
อาการเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยอาจมีน้ำมูกข้น กลิ่นเหม็นผิดปกติผิดปกติร่วมกับอาการคัดจมูก ปวด ตึง หรือรู้สึกแน่นบริเวณใบหน้า เบ้าตา ปวดศีรษะ มีไข้
ไซนัสอักเสบเฉียบพลันสามารถแบ่งเพิ่มเติมได้เป็น ไซนัสอักเสบจากไวรัส (Viral Rhinosinusitis) และ ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย (Acute Bacterial Rhinosinusitis: ABRS)
โดยทั่วไป หากอาการเกิดขึ้นน้อยกว่า 10 วันและมีแนวโน้มดีขึ้นมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แต่หากอาการของไซนัสอักเสบยังคงอยู่ตั้งแต่ 10 วันขึ้นไปโดยไม่ดีขึ้น หรืออาการเคยดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงอีกครั้งภายในช่วงประมาณ 10 วันแรก(Double Sickening) ก็จะสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น
2.ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Rhinosinusitis: CRS)
หมายถึงภาวะที่มีอาการต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 12 สัปดาห์ โดยอาจมีอาการคัดแน่นจมูก ปวดตึงใบหน้า น้ำมูกข้นเหนียวสีเปลี่ยน การได้กลิ่นลดลง และอาจะตรวจพบริดสีดวงจมูกได้
วิธีการตรวจวินิจฉัยไซนัสอักเสบ
การตรวจวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะประเมินลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น ความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงของอาการ รวมถึงอาการสำคัญ เช่น คัดจมูก น้ำมูกผิดปกติ น้ำมูกไหลลงคอ ปวดหรือตึงบริเวณใบหน้า การรับกลิ่นลดลง ส่วนการตรวจร่างกายเพื่อดูเยื่อบุภายในจมูก บริเวณทางระบายของไซนัส ลักษณะของหนอง การบวม และตรวจหาริดสีดวงจมูกหรือความผิดปกติอื่น รวมถึงอาจประเมินเพิ่มเติมจากการส่องกล้องในโพรงจมูก (Nasal Endoscopy) หากจำเป็นและหากสงสัยว่ามีภูมิแพ้หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันมีส่วนเกี่ยวข้อง แพทย์อาจพิจารณาตรวจภูมิแพ้หรือประเมินระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล
การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): มักใช้ในกรณีที่เป็นไซนัสที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้นเพื่อหาสาเหตุร่วม หรือเมื่อสงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อน หรือประเมินก่อนการผ่าตัดไซนัส
แนวทางการรักษาไซนัสอักเสบ
การรักษาไซนัสอักเสบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรัง เกิดจากไวรัสหรือสงสัยแบคทีเรีย รวมถึงมีโรคร่วมและความผิดปกติของโครงสร้างจมูกหรือไม่
- ไซนัสอักเสบเฉียบพลันจากไวรัส การรักษาหลักคือการบรรเทาอาการ เช่น การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ การใช้ยาลดปวด และในผู้ป่วยบางรายอาจพิจารณายาสเตียรอยด์พ่นจมูกตามความเหมาะสม เนื่องจากไซนัสอักเสบจากไวรัสส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้เอง จึงไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ
- ไซนัสอักเสบเฉียบพลันจากแบคทีเรีย การให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบบ่อย ส่วนการรักษาอื่นเช่นเดียวกับไซนัสอักเสบจากเชื้อไวรัส
- ไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป้าหมายสำคัญคือการควบคุมการอักเสบและช่วยให้การระบายของไซนัสดีขึ้น แนวทางปัจจุบันแนะนำการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือและการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นแนวทางหลัก ในการอักเสบบางชนิดอาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพบางชนิดในระยะเวลานานกว่าปกติเพื่อลดเซลล์อักเสบ
หากพบโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย ควรรักษาภูมิแพ้ควบคู่กัน ส่วนผู้ป่วยบางกลุ่มอาจพิจารณายาชีววัตถุ (Biologics) ภายใต้การประเมินของแพทย์
ในกรณีที่ผู้ป่วยไซนัสอักเสบยังคงมีอาการแม้ได้รับการรักษาด้วยยาอย่างเหมาะสม หรือมีการอุดตันของทางระบายไซนัส ริดสีดวงจมูก หรือความผิดปกติทางกายวิภาค อาจพิจารณาการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง (Endoscopic Sinus Surgery) เพื่อเปิดทางระบายของไซนัสและแก้ไขบริเวณที่มีการอุดตัน โดยการพิจารณาผ่าตัดสาเหตุของโรค ความรุนแรง ผลการตรวจ และการตอบสนองต่อการรักษาก่อนหน้าของผู้ป่วยแต่ละราย
ไซนัสอักเสบเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกและไซนัส ทำให้ช่องทางระบายของไซนัสทำงานผิดปกติและเกิดการสะสมของสารคัดหลั่ง สาเหตุอาจมาจากไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก หรือความผิดปกติทางโครงสร้างภายในจมูก การรักษาจึงควรพิจารณาตามสาเหตุและประเภทของโรค ไม่ใช่ผู้ป่วยไซนัสอักเสบทุกรายที่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ
หากมีอาการคัดจมูก น้ำมูกผิดปกติ ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้าเป็นเวลานาน อาการเกิดซ้ำบ่อย หรือรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเรื้อรัง ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์ด้านโสต ศอ นาสิก และพิจารณาการส่องกล้องโพรงจมูกหรือการตรวจเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย